สลากออมสิน คืออะไร
สลากออมสิน คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ ธนาคารออมสิน ที่มีลักษณะคล้ายกับการฝากเงินประจำ แต่เพิ่มความพิเศษตรงที่ผู้ถือสลากจะได้รับ สิทธิ์ในการลุ้นรางวัลเลขสลาก ทุกเดือนตลอดอายุของสลากนั้นๆ และเมื่อครบกำหนดสลาก ยังจะได้รับ เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย (ตามที่ระบุในเงื่อนไข)
ตอนที่ 1 : สลากออมสิน มีกี่ประเภท
ตอนที่ 2 : วิธีซื้อ สลากออมสิน ต้องทำอย่างไร?
ตอนที่ 3 : ดอกเบี้ยและผลตอบแทน
ตอนที่ 4 : การลุ้นรางวัลมีอะไรบ้าง?
ตอนที่ 5 : ข้อจำกัดของสลากออมสิน
ตอนที่ 6 : ข้อดีข้อเสียของ สลากออมสิน
ตอนที่ 7 : สรุป
สลากออมสิน มีกี่ประเภท
สลากออมสินเป็นผลิตภัณฑ์การออมเงินที่มีลักษณะเฉพาะ โดยให้ผู้ฝากเงินมีโอกาสลุ้นรางวัลในแต่ละงวด พร้อมกับได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด และในบางประเภท ยังได้รับดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกด้วย ปัจจุบัน ธนาคารออมสินมีสลากออมสินหลายประเภทให้เลือก ตามระยะเวลาการฝากและช่องทางการซื้อ ดังนี้
ประเภทของ สลากออมสิน
1.) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 1 ปี (12 เดือน)
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ธนาคารออมสินทุกสาขา
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
2.) สลากออมสินพิเศษ 2 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 2 ปี (24 เดือน)
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 30 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 0.90 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ธนาคารออมสินทุกสาขา
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
3.) สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 1 ปี
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ของธนาคารออมสิน
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
4.) สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 2 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 2 ปี
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 30 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 0.90 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ของธนาคารออมสิน
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
5.) สลากออมสินพิเศษ 3 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 3 ปี
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 0.75 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ธนาคารออมสินทุกสาขา
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
6.) สลากออมสินพิเศษ 5 ปี
หน่วยละ : 100 บาท
ระยะเวลา : 5 ปี
รางวัลที่ 1 : มูลค่า 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : 1.50 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบกำหนด
ซื้อได้ที่ : ธนาคารออมสินทุกสาขา
หมายเหตุ : เงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี
วิธีซื้อ สลากออมสิน ต้องทำอย่างไร?
- เปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียก : กับธนาคารออมสิน (หากยังไม่มี)
- เลือกประเภทสลากที่ต้องการ : สลากออมสินพิเศษ 1 ปี / สลากออมสินพิเศษ 2 ปี / สลากออมสินพิเศษ 3 ปี / สลากออมสินพิเศษ 5 ปี
- ฝากเงินขั้นต่ำ : ตามที่ธนาคารกำหนด (เช่น หน่วยละ 100 บาท)
- รับใบสลาก : เป็นหลักฐานการฝาก
ดอกเบี้ยและผลตอบแทน
1.) ดอกเบี้ย
เป็นผลตอบแทนแน่นอนที่ผู้ฝากจะได้รับ เมื่อฝากครบตามระยะเวลาที่กำหนด ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าฝากประจำทั่วไป เพราะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลแทน ดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดา ไม่ต้องเสียภาษี
- ประเภทสลากพิเศษ 1 ปี ดอกเบี้ย 0.20 บาท ต่อหน่วย (100 บาท) ระยะเวลา 1 ปี
- ประเภทสลากพิเศษ 2 ปี ดอกเบี้ย 0.90 บาท ต่อหน่วย (100 บาท) ระยะเวลา 2 ปี
- ประเภทสลากพิเศษ 3 ปี ดอกเบี้ย 0.75 บาท ต่อหน่วย (100 บาท) ระยะเวลา 3 ปี
- ประเภทสลากพิเศษ 5 ปี ดอกเบี้ย 1.50 บาท ต่อหน่วย (100 บาท) ระยะเวลา 5 ปี
2.) สิทธิ์ลุ้นรางวัล
- สลากแต่ละหน่วย (100 บาท) จะได้รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล ทุกเดือน ตลอดอายุของสลาก
- รางวัลใหญ่ มีมูลค่าสูง เช่น 10 – 30 ล้านบาท (ขึ้นกับประเภท)
- มีรางวัลหลายระดับ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้าน
การลุ้นรางวัลมีอะไรบ้าง?
การลุ้นรางวัลจากสลากออมสินเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนจำนวนมากนิยมฝากเงินในรูปแบบนี้ เพราะนอกจากได้เงินต้นและดอกเบี้ยคืนเมื่อครบกำหนดแล้ว ยังได้ สิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน โดยรายละเอียดของการลุ้นรางวัลมีดังนี้แต่ถ้าอยากลุ้นนาทีต่อนาทีต้อง KUหวยไว เลยครับ
ประเภทของรางวัลที่ลุ้นของ สลากออมสิน
- รางวัลที่ 1 : มูลค่า 1 ล้านบาทขึ้นไป ต่อรางวัลสำหรับสลากบางประเภทอาจมีรางวัลใหญ่ถึง 10-20 ล้านบาท (เฉพาะช่วงโปรโมชั่นหรือสลากพิเศษ)
- รางวัลรองลงมา : รางวัลที่ 2, 3, 4, 5 ฯลฯ มูลค่ารางวัลตั้งแต่ หลักหมื่นถึงแสนบาท ต่อหน่วย
- รางวัลเลขท้าย : เช่น เลขท้าย 4 ตัว, 3 ตัว, 2 ตัว มูลค่ารางวัล หลักร้อยถึงพันบาท ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด
- รางวัลพิเศษ (เฉพาะบางช่วง) : เช่น รางวัลบ้าน รถ ทองคำ หรือรางวัลเฉพาะกิจช่วงเทศกาล
ข้อจำกัดของ สลากออมสิน
1.) ผลตอบแทนต่ำกว่าการลงทุนอื่น
- ดอกเบี้ยที่ได้รับเมื่อครบกำหนดจะต่ำกว่าเงินฝากประจำบางประเภท หรือการลงทุนในหุ้น/กองทุน หากไม่ถูกรางวัลเลย ผลตอบแทนรวมถือว่า “ต่ำมาก”
2.) ถอนก่อนครบกำหนดเท่ากับขาดดอกเบี้ย
- หากถอนก่อนครบกำหนดที่กำหนดไว้ (1 ปี, 2 ปี, 3 ปี หรือ 5 ปี) จะ ไม่ได้ดอกเบี้ย หรือบางกรณีอาจได้ดอกเบี้ย “ต่ำมาก” และต้องถูกหักภาษี
3.) โอกาสถูกรางวัลน้อย
- โอกาสถูกรางวัลใหญ่ เช่น 1 ล้านบาท มีค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยที่มีจำหน่าย อาจฝากเป็นสิบปีแต่ไม่ถูกรางวัลเลย
4.) สภาพคล่องต่ำ
- เงินที่ฝากไว้กับสลากออมสินจะถูก “ล็อก” ไม่สามารถนำไปใช้หมุนเวียนได้ง่ายเหมือนบัญชีออมทรัพย์
5.) การซื้อจำนวนมากถึงจะมีโอกาสลุ้นมาก
- ยิ่งมีจำนวนหน่วยมาก โอกาสลุ้นรางวัลก็เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้มีเงินทุนมากได้เปรียบกว่าในการลุ้น
6.) ต้องติดตามวันครบกำหนด
- ถ้าไม่ถอนหรือบริหารเงินหลังครบกำหนด อาจเสียโอกาสการนำเงินไปใช้หรือลงทุนต่อ
ข้อดีข้อเสียของ สลากออมสิน
ข้อดี
- ปลอดภัยและได้รับเงินต้นคืน 100%
- ลุ้นรางวัลทุกเดือน
- ดอกเบี้ย (ตามระยะเวลาฝาก)
- เหมาะสำหรับคนที่ชอบ “ลุ้น”
- ไม่เสียภาษีเงินรางวัล (บุคคลธรรมดา)
- ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
ข้อเสีย
- ผลตอบแทนโดยรวมต่ำ
- โอกาสถูกรางวัลใหญ่ต่ำ
- สภาพคล่องต่ำ
- ต้องใช้ทุนสูงหากต้องการลุ้นรางวัลเยอะ
- ไม่มีดอกเบี้ยทบต้น
- ไม่มีผลตอบแทนในช่วงเวลา
สรุป
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งต้องเลือกสำหรับคนที่ต้องการจะออมเงินแบบความเสี่ยงต่ำ แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยก็ต่ำเช่นกันแต่คุณมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลกว่า 1 ล้านในทุกๆเดือนตลอดเวลา 1 ปี ใครที่ชื่นชอบการลงทุนแบบนี้ก็ไปสมัครกันได้เลยนะครับ